| ระเบียบว่าด้วยการคลัง และการพัสดุของสันนิบาตเทศบาลภาคใต้ พ.ศ.2549 |
เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามข้อ 48 ข้อ 56 วรรคสองแห่งข้อบังคับสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สันนิบาตเทศบาลภาคใต้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการบริหาร สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยในคราวที่ประชุม ครั้งที่ 9/2549 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2549 จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ |
 |
หมวดที่ 1 ข้อความทั่วไป |
ข้อ 1.ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบว่าด้วยการคลัง และการพัสดุของสันนิบาตเทศบาล ภาคใต้ พ.ศ. 2549”
ข้อ 2.ให้ใช้ระเบียบนี้ได้ตั้งแต่วันที่ถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3.ในระเบียบนี้
สมาคม หมายความถึง สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
ภาค หมายความถึง สันนิบาตเทศบาลภาคใต้
ประธาน หมายความถึง นายกเทศมนตรีที่ได้รับเลือกเป็นประธานภาคใต้
เลขา หมายความถึง ปลัดเทศบาลหรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น เลขานุการภาคใต้
การคลัง หมายความถึง การรับเงินการจ่ายเงินการฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
การพัสดุ หมายความถึง การซื้อ การจ้าง การจัดหา การจ้างที่ปรึกษา การจัดทำเองการให้ การแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุมการใช้ การจำหน่าย และการดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ |
 |
หมวดที่ 2 การคลัง |
ข้อ 4. ภาค อาจมีรายได้ ดังนี้
เงินอุดหนุนจากสมาคม หน่วยราชการ หรือองค์การอื่นๆ
รายได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก หรือเงินปันผลจากการลงทุน
รายได้จากการจัดกิจกรรม การจัดจำหน่ายทรัพย์สิน หรือพัสดุของภาค
เงินที่มีผู้อุทิศให้ หรือรายได้อื่นๆ
ข้อ 5.การ รับเงินทุกครั้ง ต้องออกใบเสร็จในนามของภาค และลงบัญชีรับไว้เป็นหลักฐาน ต้นขั้วใบเสร็จรับเงิน และเอกสารบัญชีต้องเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ
ข้อ 6.การ เก็บรักษาเงิน โดยปกติให้นำฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เปิดดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายใน วันที่ได้รับเงิน ทั้งเงินสด เช็ค หรือตั๋วแลกเงินในการกรณีจำเป็นไม่อาจนำฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ทันในวัน ที่ได้รับเงิน ให้นำฝากในตู้นิรภัยของเทศบาลเป็นการชั่วคราว และต้องถอนเพื่อนำฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินในวันปฏิบัติราชการถัดไป
ข้อ 7.การฝากเงินให้เลขาเป็นผู้นำฝาก และให้มีหลักฐานการรับฝากจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเป็นหลักฐานถ้าเป็นการนำฝากชั่วคราวในตู้นิรภัยของเทศบาล ให้นำฝากต่อคณะกรรมการรักษาเงินของเทศบาลการถอนเงินฝากจากตู้นิรภัยของเทศบาล เพื่อนำฝากธนาคารหรือสถาบันการเงิน เลขาจะมอบอำนาจให้คณะกรรมการรักษาเงินของเทศบาลเป็นผู้ดำเนินการแทน หรือจะแต่งตั้งพนักงานเทศบาลเป็นคณะกรรมการรักษาเงินของภาคเป็นผู้ดำเนินการ ก็ได้ การฝากเงินและถอนเงินทุกครั้ง ต้องมีหลักฐานเอกสารของผู้มีอำนาจหน้าที่หรือคณะกรรมการแล้วแต่กรณี เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบด้วย
ข้อ 8.การ จ่ายเงิน ให้จ่ายเป็นเช็คธนาคารหรือสถาบันการเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิได้รับ โดยตรง เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระหรือถึงกำหนดเวลาที่ผู้มีสิทธิ์ได้รับ โดยประธานและเลขาเป็นผู้ลงนามในเช็คร่วมกัน
เช็คที่มีจำนวนเงินสั่งจ่าย ตั้งแต่ 5,000 บาท ขึ้นไป ให้ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” หรือใช้วิธีขีดคร่อมหรือประทับตรา A/C PAYEE ONLY ต้นขั้วเช็คทุกฉบับต้องเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ
ข้อ 9 ให้เลขา จัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย บัญชีเงินทุน บัญชีลูกหนี้ บัญชีเจ้าหนี้ บัญชีแยกประเภท หรือหลักฐานการเงินอื่นเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
หลักฐานการเงินทุกชนิดต้องเก็บรักษาไว้อย่างน้อย 10 ปี นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณของทางราชการ โดยแยกหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบและหลักฐานที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบออกจาก กันให้ชัดเจน
ข้อ 10.เมื่อ มีการเปลี่ยนตัวประธาน หรือเลขา ให้มีการส่งมอบหลักฐานเอกสารการเงินทั้งหมด และสมุดเงินฝากของธนาคาร หรือสถาบันการเงินทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
ข้อ 11.การดำเนินการเกี่ยวกับการคลังใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำระเบียบของสมาคมที่ใช้อยู่ปัจจุบันมาถือปฏิบัติโดยอนุโลม |
 |
หมวดที่ 3 การพัสดุ |
ข้อ 12.การ จัดซื้อ การจัดจ้าง การจัดหาพัสดุ การจ้างที่ปรึกษา การจัดทำเอง การให้การแลกเปลี่ยน การเช่าการควบคุมการใช้ การจำหน่าย และการดำเนินการใดเกี่ยวกับการพัสดุ ที่มีวงเงินตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ให้จัดทำเป็นโครงการ แต่ละโครงการอย่างน้อยต้องมี
เหตุผลและความจำเป็น
วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
วงเงินที่ต้องใช้
ระยะเวลาและสถานที่ในการดำเนินการ
ผู้รับผิดชอบโครงการหรือผู้เสนอโครงการ
ผู้อนุมัติโครงการ
ข้อ 13.การ อนุมัติโครงการ ให้คณะกรรมการสันนิบาตภาคเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ เว้นแต่การก่อหนี้ผูกพันแต่ละครั้งต่ำกว่าวงเงินที่กำหนดไว้ในข้อ 12 ให้ประธานเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
ข้อ 14.การดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำระเบียบของสมาคมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมาถือปฏิบัติโดยอนุโลม |
 |
หมวดที่ 4 การตรวจสอบ |
ข้อ 15.ให้เลขาจัดให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของภาคทุกสิ้นปีงบประมาณของทางราชการ โดยจะตั้งคณะกรรมการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของเทศบาลหรือจะมอบหมายให้คณะ กรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบก็ได้
ให้ภาครายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตามวรรคแรกให้คณะกรรมาธิการบริหาร
ของสมาคมทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบ
ให้คณะกรรมาธิการบริหารของสมาคมนำเสนอรายงานผลการตรวจสอบของทุกภาค ให้ที่ประชุมของสมาคมได้รับทราบเป็นประจำทุกปี
ข้อ 16.ให้ประธานรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่ง
เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบนี้ |
| ประกาศ ณ วันที่ 9 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 |